รับเช่าพระเครื่อง - พระบูชา
รับซื้อแบงค์เก่า - เหรียญเก่า
เหล้าเก่า เครื่องเงิน - ของสะสม
ของเก่าทุกชนิดราคาสูงมากๆ

Call Center : 084-072-1303
Line id : 0840721303
@bank0840721303
หน้าแรก เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา สาระน่ารู้
         
ร้านเข็มเพ็ชร์วัตถุโบราณ
โทร..เบอร์ร้าน 02-6690691 เบอร์มือถือ…084-0721303
id : 0840721303
@bank0840721303

ส่งรูปมาประเมินราคาฟรีที่ E-MAIL..khempet.shop@gmail.com
(บริการรับซื้อถึงบ้านด้วยเงินสดไม่จำกัดวงเงิน)

รับเช่าพระ บูชา -พระเหรียญ-พระเนื้อผง-เกจิคณาจารย์ต่างๆเครื่องรางของขลัง
ทั้งใหม่และเก่าราคาดี-ตีราคาเป็นองค์หรือเหมาทั้งหิ้ง ทั้งห้องพระ ให้ราคาสูง

รับซื้อธนบัตรไทย ทุกรุ่นเก่าและใหม่-ธนบัตรที่ระลึก-ธนบัตรขาดชำรุด
ธนบัตรต่างประเทศทุกสภาพราคาดี

รับซื้อเหรียญ รัชกาลที่5-รัชกาลที่9 ทุกชนิด
เหรียญนิเกิล-เงิน-ทองคำ-เหรียญต่างประเทศทุกชนิดราคาดี

รับซื้อเครื่องเงิน ถมทอง-ปั้นน้ำชา-ลายคราม-เบญจรงค์
กระเพาะปลา-นอแรด-งาช้าง-ของมีค่าทุกชนิด

รับซื้อเหล้าเก่า *HENESSY-VSOP-MATELL-ชาบอท-เรมี่-หลุยส์13-คามูล-ตระกูลจอนนี่*
ทุกยี่หอทั้งใหม่และเก่าราคาดีมากๆๆ

รับซื้อของมีค่าและของสะสมทุกชนิดและของที่ท่านไม่ต้องการเราซื้อเกือบทุกชนิด

***มีรางวัลสำหรับผู้นำไปซื้อหรือนายหน้า***
(ร้านเข็มเพ็ชร์วัตถุโบราณ ซื้อจริง จ่ายจริง ด้วยเงินสดไม่จำกัดวงเงิน)
ร้านเข็มเพ็ชร์วัตถุโบราณจะทำให้ของเก่าของท่านมีค่ามากที่สุด


ที่ตั้งของร้านเข็มเพ็ชร์วัตถุโบราณ :
เลขที่924 ถนนนครชัยศรี แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต
กทม.อยู่ตรงข้ามธนาคารกรุงไทยสาขาศรีย่าน

ติดตามข่าวสาร
สาระน่ารู้เพิ่มเติม
ได้ทาง Facebook
 
สาระน่ารู้

เครื่องเงิน
ในเมืองไทยเริ่มแรกทำขึ้นเมื่อใดยังไม่มีการศึกษาค้นคว้าอย่างจริงจัง จึงกำหนดไม่ได้ว่างานช่างประเภทนี้เกิดมีขึ้นเก่าแก่ที่สุดสมัยใด กระนั้นก็ตาม ถ้าจะอาศัยตำนานรุ่นเก่า ๆ เล่าเรื่องความเป็นมาของชาวไทย เช่น ตำนานสิงหนวัติ เป็นหลักฐานบอกเล่าเค้ารอยเกี่ยวกับเรื่องเครื่องเงินก็พอจะเห็นได้ว่าในสมัยพุทธศตวรรษที่ ๑๔-๑๘ คนไทย

คนไทยรู้จักทำและใช้เครื่องเงินแล้ว ในตำนานสิงหนวัติกล่าวว่า ลาวจก ต้นตระกุลคนไทยสายหนึ่งได้ลงมาจากสวรรค์ โดยมีบันไดเงินทอดลงมา ครั้นเมื่อมาตั้งบ้านเป็นเมืองขึ้นแล้ว ก็เอาบันไดเงินมาตีเป็นแท่นรองนั่ง ปกครองบ้านเมืองต่อไป ตำนานเรื่องนี้ดูจะเป็นเรื่องปรัมปราแต่ก็ฝากรอยเค้ารอยการใช้แร่เงินทำสิ่งของมานานแล้ว

เครื่องเงินมีหลายประเภทด้วยกันดังนี้

1. เครื่องเงินประเภทเครื่องพุทธบูชา
คนไทยศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาของพุทธศาสนิกชนลึกซึ้งมาก บางคนบริจาคทรัพย์สินถวายให้วัดหมดบางคนสร้างวัดแม้ใน ท้องถิ่นที่ยากจนบ้านเรือนเป็นกระท่อมทั้งหมดแต่ก็มีโบสถ์วิหาร สง่างามอร่ามตาจับใจ ผู้ผ่านทางอย่างน่าฉงน ศรัทธาเหล่านี้ พิสูจน์ได้ตามศาสนสถานทั่วไปไม่ว่าจะเป็น วัดวาอาราม รอยพระพุทธบาท พระบรมธาตุต่าง ๆ

2. เครื่องเงินกับราชสำนัก
เงินเป็นโลหะสูงค่ารองจากทองเพียงอย่างเดียว ผู้ที่ใช้ต้องมีฐานะพอสมควร ราชสำนักจึงเป็นแหล่งบริโภคเครื่องเงินมากกว่าที่อื่น ๆ เครื่องราชูปโภค และเครื่องใช้ในเขตพระราชฐาน  เครื่องยศสำคัญสำหรับกษัตริย์ นั้นทำจากทองคำ ประดับ อัญมณีมีค่าต่าง ๆ แต่ก็มีเครื่องราชูปโภคบางอย่างและสิ่งของเครื่องใช้ในเขตพระราชฐานที่ทำจากเงิน ทั้งในรูปของเงินและถมทอง ตามความเหมาะสมกับการใช้งานของสิ่งของแต่ละชนิด เช่น เครื่องราชบรรณาการ เครื่องยศ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ มีทั้งหมด ๔ ประเภท

  1. เหรียญสำหรับพระราชทานบำเหน็จกล้าหาญ มี ๘ ชนิด
  2. เหรียญสำหรับพระราชทานบำเหน็จในราชการมี ๖ ชนิด
  3. เหรียญสำหรับพระราชทานบำเหน็จในพระองค์พระมหากษัตริย์มี ๒ ชนิด
  4. เหรียญสำหรับพระราชทานเป็นที่ระลึกมี ๒๓ ชนิด 
นอกจากนี้ยังมีเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชนิดอื่น ๆ ซึ่งแยกออกไปได้อีกถึง ๙๐ ลำดับ

3. เครื่องใช้เกี่ยวกับหมาก 
การกินมากเป็นวัฒนธรรมที่แนบแน่นในชีวิตคนไทยมาแต่โบราณ แม้จนปัจจุบันก็ยังมีชาวบ้านสูงอายุในชนบทจำนวนไม่น้อยก็ยังกินหมาก เครื่องใช้เกี่ยวกับหมาก มีมากมายลายอย่าง เช่น
โถพลู ขวด,โหล ไหปูน มีด กระโถน ผ้าเช็ดปาก ตะบันหรือครก เชี่ยนหมาก

4. เครื่องใช้ดั้งเดิม 
อาวุธ เจียด เป็นภาชนะสำหรับใส่สิ่งของต่าง ๆ เช่น เสื้อผ้า และสิ่งอื่น ๆ เครื่องล้างหน้า-แต่งตัว
กระโถน โตก โต๊ะ พาน ขัน สลุง  ขันดอก

5. เครื่องเงินสมัยใหม่ 
วัฒนธรรมประเพณีในสังคม เป็นเครื่องเงินที่มีการพัฒนาขึ้นตรงต่อความเจริญทางเศรษฐกิจและกระแส ความเปลี่ยนแปลงทาง

  • ประเภทของเครื่องเงิน
    ว่าถึงงานเครื่องเงินหรือการประดิษฐ์เครื่องเงินในเมืองไทยอาจจำแนกออกด้วยระเบียบ วิธีการสร้างและ ตกแต่งมีแต่ละประเภท ดังต่อไปนี้
  • ประเภทขึ้นรูปด้วยฆ้อน
    งานเครื่องเงินประเภทนี้ได้ทำรูปทรง ที่เป็นภาชนะ เครื่องใช้ต่าง ๆ โดยวิธีนำแร่เงินเผาให้ร้อนจึงนำมาตีขึ้นเป็นรูปทรงต่าง ๆ ตามต้องการ เช่น ขัน ถาด เงินตรา เป็นต้น
  • ประเภทขึ้นรูปด้วยการตัดต่อ
    งานเครื่องเงินประเภทนี้ใช้แร่เงินรีดให้เป็น แผ่นแบน นำมาตัดเป็นชิ้นต่อเขาด้วยการบัดกรีทำเป็นรูปทรงต่าง ๆ เช่น กล่อง หีบ กรอบรูป เป็นต้น
  • ประเภทขึ้นรูปด้วยการหล่อ
    งานเครื่องเงินประเภทนี้ต้องทำหุ่นขึ้นก่อน จึงถอดพิมพ์ นำแม่พิมพ์มารอกเนื้อเงินที่หลอมละลายลงในแม่พิมพ์ ให้แม่พิมพ์บังคับเนื้อเงินจับตัวแข็งเป็นรูปทรงต่าง ๆ ตามต้องการ เช่น พระพุทธรูป ฯลฯ
  • ประเภทขึ้นรูปด้วยการชักลวด
    งานเครื่องเงินประเภทนี้ต้องนำเงินมาตีให้เป็นเส้นยาวแล้วนำไปชักรีดให้เป็นเส้นลวด ตามขนาดแล้วนำมาตัดเป็นห่วงร้อยเข้าด้วยกันเป็น เส้นเป็นสายหรือเอาลวดนั้นมามาถักพัน เช่น สายสร้อยต่าง ๆ 
  • ประเภทขึ้นรูปด้วยการสาน
    งานเครื่องเงินประเภทนี้ต้องนำเครื่องเงินไปตี หรือรีดให้เป็นแผ่นบาง ๆ จึงนำมาตัดเป็นเส้นอย่างเส้นตอก แล้วนำมาสานเป็นแผ่นหรือสานขึ้นเป็นรูปทรงต่างๆ เช่น เสื่อเงินปูพื้นในพระมณฑปวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เป็นต้น

มาตรฐานเครื่องเงินไทย กำหนดมาตรฐานเครื่องเงินไทยไว้ ดังต่อไปนี้

  1. เครื่องเงินไทยต้องทำด้วยโลหะมาตรฐานคือมีโละอื่นเจือปนได้ไม่เกินร้อยละ ๗.๕ ของน้ำหนัก
  2. ส่วนประกอบของเครื่องเงินไทยต้องแข็งแรงทนทานและเรียบร้อย
  3. การลงยาถม แก่เครื่องถมและการลงยาสีแก่เครื่องลงยาสี ต้องประสานติดโลหะเงินแน่นสนิทเรียบร้อยและสะอาด
  4. การประกอบหรือต่อหรือติดด้วยวิธีใด ๆ ที่เครื่องเงินไทยต้องติดแน่นและทนทาน แข็งแรง และเรียบร้อย 
  5. ลวดลายของเครื่องเงินไทยต้องชัดเจนและเรียบร้อย

เงิน(MONEY)
เป็นสิ่งที่คนเราใช้เป็นสื่อกลางในการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าเพราะเป็นที่ยอมรับกันในแต่ละยุค-สมัยว่าเป็นสิ่งที่มีค่า เมิ่อใดที่ต้องการเปลี่ยนเงินเป็นสินค้าก็สามารถเปลี่ยนได้ทันทีเนื่องจากประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนที่เรียกว่า*เงิน*(MONEY) ในยุคก่อนที่จะนำเงินมาเป็นสื่อกลางนั้นได้ใช้ เกลือ หนังสัตว์ ลูกปัด สัตว์เลี้ยง เบี้ยหอย และโลหะบางชนิด แร่เงิน แร่ทอง นับตั้งแต่โบราณมนุษย์ได้ใช้สิ่งเหล่านี้เพื่อเป็นสื่อกลางในการขายสินค้าเรื่อยมาจนเกิดการเปลี่ยนแปลง

ธนบัตรไทยในยุคแรกมีตั้งแต่ในรัชกาลที่5และเปลี่ยนแบบเรื่อยมาจนถึงยุคปัจจุบัน รวมทั้งสิ้น16แบบซึ่งธนบัตรทั้งหมดได้บอกเล่าเรื่องราวชีวิตวิถีการปกครองและระบบเศรษกิจในช่วงเวลานั้นๆได้เป็นอย่างดีจึงทำให้มีกลุ่มคนที่คิดริเริ่มอนุรักษ์ธนบัตรไทยได้เกิดขึ้นเมื่อก่อนปี2500เป็นต้นมา ธนบัตรในประเทศไทยมีหลายยุคหลายสมัยให้สะสมเพราะธนบัตรเป็นส่วนหนึ่งที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาตร์เหตุการณ์ในอดีตทุกยุคทุกสมัยของประเทศไทย ส่วนในการสะสมธนบัตรของไทยมีหลากหลายชนิด หลากหลายแบบ ทั้งเป็นแบบที่ใช้งานจริง แบงค์ที่ระลึกในวาระ แบงค์ตัวอย่าง แบงค์เลขสวย แบงค์เลขตอง แบงค์ที่ผลิตจำนวนน้อยมาก ธนบัตรลองพิมพ์

ราคาของธนบัตรไทยในการซื้อหาสะสม ขึ้นอยู่กับสภาพของธนบัตรใบนั้นๆ ถ้าอยู่ในสภาพเดิม100ใบเรียงเลขจะได้เพิ่มมูลค่าอีก สภาพใหม่100%จะเป็นที่นิยมมาก ถ้าสภาพเก่าจะได้ราคาที่ต่ำเพราะพบเห็นได้ทั่วไป แต่เฉพาะธนบัตรบางชนิดที่หายากสภาพเก่ายังพอได้ราคาอยู่

วิธีการเก็บรักษาธนบัตร

  1. ธนบัตรชนิดเป็นฉบับควรใส่ซองที่ได้มาตรฐาน(แข็ง)และควรเปลี่ยนทุกๆ1-2ปีเพื่อป้องกันสนิมที่จะเกิดขึ้นกับธนบัตร
  2. ธนบัตรชนิดเป็นแหนบ100ใบควรหาซองแก้วแพ๊ค2ชั้นเพื่อไม่ให้อากาศเข้าไปในธนบัตร  
  3. ถ้าธนบัตรที่เป็นใบควรจัดหาแฟ้มที่ได้มาตาฐานเก็บ
  4. ต้องหาสารกันชื้นมาใส่ใว้ในที่เก็บธนบัตร ในตู้เซพ ในกล่อง เหรือในแฟ้มเพื่อไม่ให้ความชื้นทำให้เกิดสนิมได้

********วิธีที่กล่าวมาข้างต้นนี้เป็นวิธีที่ใช้เพื่อรักษาธนบัตรให้อยู่กับลูกหลานไปอีกนานแสนนาน*******
*หากท่านใดมีปัญหาหรือข้อสงสัยติดต่อสอบถามได้นะครับ ผมยินดีให้คำปรึกษาทุกท่านด้วยความเต็มใจครับ*

เงินโบราณ
วิวัฒนาการของเงินตราโบราณตั้งแต่สมัยยุคก่อนที่จะนำเงินมาเป็นสื่อกลางนั้นได้ใช้ เกลือ หนังสัตว์ ลูกปัด สัตว์เลี้ยง เบี้ยหอย และโลหะบางชนิด แร่เงิน แร่ทอง นับตั้งแต่โบราณมนุษย์ได้ใช้สิ่งเหล่านี้เพื่อเป็นสื่อกลางในการขายสินค้าเรื่อยมาจนเกิดการเปลี่ยนแปลง

ในยุคต่อมาจึงได้นำเงินบริสุทธิ์มาหลอมและตี-ตอกเป็นรูปทรงต่างๆเช่น เงินไซซี เงินอานม้า เงินราง เงินแท่ง เงินท๊อก เงินใบไม้ เงินพดด้วง และเงินโบราณประเภทต่างๆอีกมากมายซึงบางชนิดจะตอกตราภาษาต่างๆเช่นภาษาจีน(ได้มีการค้าขายกับประเทศจีน)จวบจนรัชสมัยรัชกาลที่4ได้มีการจัดสร้างเหรียญกษาปณ์ขึ้นเพื่อใช้หมุนเวียนภายในประเทศนับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาได้มีการเปลี่ยนแปลงระบบการเงินของไทย

เหรียญต่างๆของประเทศไทยมีหลายประเภท เช่นเหรียญหมุนเวียนใช้จริงในยุคต่าง เหรียญทองคำ เหรียญเงิน เหรียญทองแดง เหรียญทองเหลือง เหรียญที่ระลึกวาระต่างๆ เหรียญขัดเงา ซึ่งบางเหรียญจะมีมูลค่าในตัวของเหรียญนั้นเอง

เหรียญที่นักสะสมนิยมนั้นจะต้องมีสภาพที่สวยและสมบูรณ์ไม่ชำรุดแม้จะผ่านยุคสมัยเวลาที่ยาวนาน ความสวยจะเป็นจุดตัดสินและชี้ขาดในเรื่องของราคาในเหรียญนั้นๆ

***วิธีในการเก็บรักษาเหรียญ***

  1. ต้องซื้อเม้าเหลืองที่สำหรับเก็บเป็นเหรียญ เย็บมุมด้วยแม๊กและนำซองแก้วมาใส่ทับอีกทีเพื่อไม่ให้อากาศเข้า
  2. ซื้อสมุดเก็บสะสมเหรียญแบบเป็นช่องที่ใส่เม้าเก็บเหรียญได้
  3. ใส่สารกันชื้นเพื่อป้องกันความชื้ที่จะนำอันตรายมาสู่เหรียญ

******เพียงวิธีเบื้องต้นนี้ก็จะรักษาเหรียญให้สวยงามแม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าไรก็ตาม******

พดด้วง เป็นเงินตราของไทยโบราณ ใช้แลกเปลี่ยนหมุนเวียนในประเทศไทยเป็นเวลายาวนาน ประมาณกว่า 600 ปี ตั้งแต่กรุงสุโขทัย อยุธยาจนถึง กรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยทำจากแท่งเงินบริสุทธิ์ตามน้ำหนักพิกัดของราคา ทุบปลายทั้งสองข้างให้งอเข้าหากัน มีรูปร่างคล้ายลูกปืนโบราณ ชาวต่างประเทศเรียกเงินชนิดนี้ว่า “Bullet Coin”

ในสมัยสุโขทัย ยังไม่มีการผูกขาดการผลิต เงินพดด้วง จึงมีความหลากหลายในเนื้อเงินที่ใช้ทำ ตลอดจนน้ำหนักและขนาด ต่อมา ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ทางการจึงห้ามราษฎรผลิตเงินตราขึ้นเอง เงินพดด้วงจึงได้มาตรฐาน และมีตราประทับ 2 ดวงเป็นสำคัญ คือ ตราประจำแผ่นดินและตราประจำรัชกาล เงินพดด้วงใช้หมุนเวียนอยู่เป็นระยะเวลายาวนาน จนถึงในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) การค้าเฟื่องฟู การผลิตเงินพดด้วงด้วยแรงงานคน ไม่สามารถจะผลิตได้ทันความต้องการ ด้วยความจำเป็นต้องรีบผลิตเงินตราจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สั่งเครื่องทำเหรียญกษาปณ์เข้ามา แต่ก็ยังให้ใช้เงินพดด้วงต่อไป จนมีการประกาศยกเลิก วันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2447 และให้ใช้เหรียญกษาปณ์กลมแบนตามแบบของยุโรปเป็นเงินตราของประเทศไทย

ประวัติการสร้าง
ณัฐพล อยู่รุ่งเรืองศักดิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เขียนไว้ในหนังสือ ประวัติศาสตร์ผ่านพระเครื่องไว้ว่า พระเครื่องมีความเป็นมาและวิวัฒนาการอันยาวนาน ก่อนจะมาเป็นพระเครื่องนั้นได้เกิดพระพิมพ์ขึ้นมาก่อน เมื่อบริบททางสังคมเปลี่ยนไป คติการสร้างพระพิมพ์ก็เปลี่ยนแปลงไปและเลือนหายไปในที่สุด พระพิมพ์บางส่วนกลายมาเป็นพระเครื่อง พระพิมพ์เป็นของเก่าแก่ที่ได้มีผู้ทำขึ้นตั้งแต่ตอนต้นพุทธศาสนา มีต้นกำเนิดอยู่ที่ประเทศอินเดีย การแผ่ขยายอิทธิพลทางพุทธศาสนาไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ ทำให้พระพิมพ์ซึ่งเป็นประติมากรรมเนื่องในคติทางพุทธศาสนาได้แผ่กระจายไปยังดินแดนต่าง ๆ พร้อมกับคำสอน ความเชื่อทางพุทธศาสนา พระธาตุและพระบรมสารีริกธาตุ รวมถึงวัตถุเนื่องในพุทธศาสนาด้วย

พุทธศาสนาเข้ามาสู่ประเทศไทยราวสมัยทวารวดีพร้อมกับความเชื่อเรื่องการสร้างพระพิมพ์ ในสมัยทวารวดีได้รับเอาคติความเชื่อของชาวอินเดียเข้ามาโดยตรงส่งผลให้การสร้างพระพิมพ์ในสมัยทวารวดีมีวัตถุประสงค์การสร้างเหมือนกับอินเดีย คือ การสร้างพระพิมพ์เพื่อสืบพระศาสนาซึ่งเป็นความเชื่อที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องปัญจอันตรธานซึ่งปรากฏในคัมภีร์พุทธศาสนา เมื่อพุทธศาสนาแผ่ไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศไทย ความเชื่อเรื่องการสร้างพระพิมพ์ก็เปลี่ยนแปลงไปตามปัจจัยต่าง ๆ แต่ละพื้นที่ อาทิ พุทธศาสนาสมัยศรีวิชัยได้รับอิทธิพลของพุทธศาสนานิกายมหายานที่มีความเชื่อเรื่องการบำเพ็ญบุญเพื่อเป็นพระโพธิสัตว์ ส่งผลให้การสร้างพระพิมพ์ในสมัยศรีวิชัยจากที่สร้างพระพิมพ์เพื่อสืบพระศาสนาเปลี่ยนแปลงไปสู่การสร้างเพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ตายและเป็นการสะสมบุญเพื่อเป็นพระโพธิสัตว์ในภายหน้า เป็นต้น

ในสมัยอยุธยาเริ่มมีการสร้างพระพิมพ์เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคล ความศักดิ์สิทธิ์ และดลบันดาลให้เกิดอานุภาพต่าง ๆ สำหรับพกเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจเวลาไปสงครามแทนการพกเครื่องรางแบบเก่า เช่น ผ้าประเจียด (ผ้ายันต์ที่ใช้ผูกแขนหรือคล้องคอ) ตะกรุด พิสมร เป็นต้น ต่อมาในสมัยต้นรัตนโกสินทร์เกิดการเปลี่ยนแนวคิดทางพุทธศาสนา อีกทั้งได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมและวิทยาการจากชาติตะวันตก การสร้างพระพิมพ์เพื่อใช้เป็นเครื่องรางของขลังได้รับความนิยมมากขึ้น พระพิมพ์ที่สร้างเพื่อความเชื่อและความศรัทธาในพุทธคุณด้านต่างๆ เหล่านี้เรียกว่า “พระเครื่อง”

ความเชื่อและคตินิยม
  1. เครื่องรางส่วนใหญ่ การสร้างสร้างให้มีขนาดเล็กเพื่อที่จะสามารถสร้างได้จำนวนมาก สำหรับบรรจุในเจดีย์ เพื่อว่าในอนาคตเมื่อพระพุทธศาสนาเสื่อมลง วัตถุต่างๆพังทลายยังสามารถพบรูปสมมุติของพระพุทธเจ้าเพื่อแสดงให้เห็นความเจริญรุ่งเรื่องของพระพุทธศาสนา
  2. ใช้เป็นเครื่องรางสำหรับคุ้มครองป้องกันในการออกศึกสงครามของคนโบราณ เป็นความเชื่อทางไสยศาสตร์อย่างหนึ่ง
  3. ปัจจุบันนิยมนำมาห้อยคอเป็นเครื่องรางสำหรับคุ้มครองป้องกันและเพื่อความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตตามความเชื่อปรัมปราของไทย

บรั่นดี (brandy)
บรั่นดี (brandy ย่อมาจาก บรั่นดีไวน์ (brandywine) จากภาษาดัตช์ว่า brandewijn) บรั่นดีเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ได้จากการกลั่นของการหมักน้ำผลไม้ต่างๆ หรือไวน์ต่างๆ เช่นองุ่น แอปเปิ้ลแต่เมื่อผลิตจากผลไม้อื่นก็จะเรียกชื่อตามผลไม้นั้นๆ แต่ถ้าผลิตจากองุ่นก็จะเรียกบรั่นดี กรรมวิธีการผลิตโดยการหมักน้ำองุ่นแล้วนำมาต้มกลั่น แล้วนำไปบ่มต่อในถังโอ๊คซึ่งจะทำให้แอลกอฮอล์ที่มีอยู่เดิมลดลง และเมื่อยิ่งบ่มไว้นานแอลกอฮอล์ก็จะลดต่ำลงไปเรื่อยๆ บรั่นดีบางตัวเมื่อบ่มเกิน 50 ปีขึ้นไปจะมีแอลกอฮอล์ลดลงต่ำกว่า 40 ดีกรี และเมื่อบรรจุขวดก็จะมีแอลกอฮอล์เพียง 36 ดีกรี อันจะทำให้บรั่นดีนั้นมีความพิเศษเฉพาะ และมีความสุขุม นุ่มนวลจากการเก็บบ่มอันยาวนานนั่นเอง ชื่อบรั่นดีนั้นจะใช้เรียกสำหรับเหล้าที่ผลิตจากองุ่น บรั่นดีอาจจะผลิตจากผลไม้อื่นๆก็ได้ซึ่งก็จะใช้ชื่อผลไม้นั้นเรียกแตกต่างกันไป บรั่นดีหลายๆ ตัว ไม่ได้มีการหมักบ่มในถังโอ๊ค อันเนื่องจากลักษณะเฉพาะตัว เช่นสีใส รวมถึงบรั่นดีบางชนิดที่ไม่ได้ผลิตจากองุ่นที่ต้องการคงไว้ซึ่งรสชาติ กลิ่น อโรมาของตัวเอง ในบางประเทศ เช่นประเทศฝรั่งเศส ในแคว้นคอนญัก (Cognac) อมายัค (Armagnac) และ ควาลวาดอส (Calvados) ที่มีความชำนาญและเชี่ยวชาญในการผลิตบรั่นดีมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ซึ่งบรั่นดีสามารถผลิตที่ไหนในโลกตราบใดเท่าที่ใช้องุ่นเป็นวัตถุดิบ เช่นที่ Douro valley ในประเทศโปรตุเกส Jerez de la Frontera ในประเทศสเปน

คอนญัก (Cognac) ซึ่งเป็นบรั่นดีที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมไปทั่วโลก ซึ่งหลายๆคนไม่เข้าใจความแตกต่างของชื่อคอนญัก (Cognac) และบรั่นดี (Brandy) ให้เข้าง่ายๆ คอนญักก็คือบรั่นดี ซึ่งต้องผลิตจากองุ่นที่ปลูกในแคว้นคอนญัก ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งรวมถึงกระบวนการผลิตก็จะต้องผลิตในคอนญักเช่นเดียวกัน คอนญักโดยส่วนหลักผลิตจากองุ่นพันธุ์แซง เอมีลียง (Saint-Émilion) คอนญักจะบ่มทั้งในถังไม้โอ๊คเก่าและใหม่ โดยจะเปลี่ยนถ่ายจากถังใหม่สู่ถังเก่าเพื่อหมักบ่มต่อซึ่งจะได้กลิ่นและรสอันขึ้นอยู่กับชนิดของไม้ของถังที่นำมาใช้บ่ม ระยะเวลาบ่มในขั้นตอนนี้ก็จะทำให้ได้คอนญักชนิดต่างๆดังนี้ ชนิดธรรมดาที่มีชื่อเรียกว่า VS (very superior) เป็นคอนญักสามดาว และเป็นคอนญักในระดับธรรมดา มีอายุการบ่มไม่มากประมาณ 3-5 ปี ชนิดดีที่มีชื่อเรียกว่า VSOP (very special old pale) จะมีสีที่เข้มกว่า ซึ่งอาจจะมีการเพิ่มสัญลักษณ์ตัวอักษรเพิ่มเข้าไปอีกเช่น F (fine) X (extra) คอนญักนี้จะมีอายุการหมักบ่มจากที่ประมาณ 7-10 ปี ซึ่งจะมีรสชาติที่สุขุม นุ่มนวล กลิ่นจรุง มากกว่าระดับสามดาว ชนิดพิเศษที่ผ่านการหมักบ่มอันยาวนาน ที่มีน้อยและราคาแพง ซึ่งจะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไป ตัวอย่างเช่น Napoleon ของ Courvoisier หรือ Cordon Bleu ของ Martell หรือ Bras d’Or ของ Hennessy เป็นต้น คอนญักชนิดนี้จะผ่านการบ่มอันยาวนานถึง 15-25 ปีเลยทีเดียว และจากการบ่มอันยาวนานนี้จะทำให้คอนญักชนิดนี้มีความจรุงทั้งกลิ่นและรส รวมถึงมีแทนนิน (tannin) สูงที่ได้ไม้โอ๊ค คอนญักชนิดนี้ยังมีชื่ออื่นๆ อีกเช่น XO (extra old) Extra Vielle Grand Reserve เป็นต้น

อมายัค (Armagnac) เป็นบรั่นดีอีกชนิดหนึงที่มีชื่อเสียงเป็นที่ชื่นชชอบไปทั่วโลก ผลิตจากองุ่นและผลิตอยู่ในแคว้นอมายัค ประเทศฝรั่งเศสเฉกเดียวกับคอนญัก มีสถานที่ผลิตสำคัญๆอยู่สามที่คือ Haut Armagnac Tènarèze และ Bas Armagnac โดยใช้พันธุ์คล้ายกันกับคอนญักดือ Folle Blanche และ Baco 22A ซึ่งปลูกกันมากใน Saint-Émilion อมายัคจะบ่มในถังไม้โอ๊คดำ ซึ่งแตกต่างจากเครื่องดื่มที่ได้จากกลั่นตัวอื่น แม้กระทั่งคอนญักเองก็จะบ่มจากถังไม้โอ๊คขาว อมายัคจะมีการบ่มที่ยาวนานกว่าคอนญัก และสิ่งที่ไม่เหมือนคอนญักอีกอย่างคืออมายัคจะมีการระบุปี (Vintage) อมายัคเองก็มีการแบ่งชนิดออกเป็น 3 ชนิดตามอายุการบ่มเช่นกัน อมายัคที่มีอายุบ่มน้อยที่สุดคือประมาณ 3 ปี และในระดับ VSOP จะบ่มนานประมาณ5-10 ปี และในระดับที่มีอายุการบ่ม 15-25 ปี จะเรียกว่า Hors d’Age หรือ Vieille Réserve นอกจากนี้ยังมีบรั่นดีอื่นๆ อีกเช่น Apple brandy ที่ผลิตจากแอปเปิ้ล รวมถึงCalvados จากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งมีหลายชนิด เช่น Calvados du Pays d’Auge และ Eau-de-vie de Cidre

ฟรุตอูเดอวี (Fruit Eaux-de-Vie) ก็เป็นบรั่นดีที่ผลิตจากผลไม้ต่างๆ ซึ่งไม่ได้มีการบ่มในถังโอ๊ค เพราะฉะนั้นบรั่นดีชนิดนี้จึงมีสีใสและมีกลิ่น รสเป็นลักษณะเฉพาะของแต่ละตัวนั้นไป ฟรุตอูเดอวีจะผลิตกันมากในแถบยุโรป และอเมริกาเหนือ กรรมวิธีการผลิตทั่วไปก็จะมี 2 แบบ แบบแรกจากการหมักผลไม้ให้เกิดเป็นไวน์แล้วจึงนำไปกลั่น คล้ายกับกรรมวิธีของคอนญัก โดยหลักจะใช้เชอร์รี่ (cherry) พลัม (plum) และแพร์ (pear) และอีกกรรมวิธีซึ่งจะใช้ผลไม้ที่มีเปลือกอ่อนเช่นราสเบอร์รี่ (Raspberries) โดยจะนำผลไม้ไปแช่ในเหล้าที่มีแอลกอฮอล์สูง แล้วจึงนำไปกลั่น ฟรุตอูเดอวีที่มีชื่อเสียงเป็นที่นิยม จะได้จากผลไม้ต่างดังนี้

  1. เชอร์รี่ (Cherry) Kirsch, Kirschwasser
  2. แพร์ (Pear) Poire Williams, Williams Birnenbrand
  3. ราสเบอร์รี่ (Raspberry) Framboise, Himbeergeist
  4. ลูกพลัมเหลือง (Yellow plum) Mirabelle, Mirabellewasser
  5. ลูกพลัมม่วง (Violet plum) Quetsch, Zwetschgenwasser, Slivowitz
 
“รับซื้อแบงค์เก่า , รับซื้อแบงค์ , รับซื้อแบงค์เลขสวย , รับซื้อแบงค์จีน , รับซื้อแบงค์จีนยกเลิก , รับซื้อแบงค์ตัวอย่าง , รับซื้อแบงค์ที่ระลึก , รับซื้อแบงค์ตอง , รับซื้อธนบัตรไทย , รับซื้อเหรียญทองคำ , รับซื้อเหรียญที่ระลึก , รับซื้อเงินโบราณ , รับซื้อเหรียญจีน , รับซื้อเครื่องเงิน , รับซื้อเหล้าเก่า , รับซื้อเครื่องเงิน , รับซื้อเครื่องกระเบื้อง , รับเช่าพระ , รับซื้อพดด้วง , รับซื้อปั้นชา”